คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวบอล

โซลชายังยืนยันว่า ป็อกบา ยังอยู่กับสโมสรต่อไป

โซลชายังยืนยันว่า ป็อกบา ยังอยู่กับสโมสรต่อไป

แม้ว่าก่อนหน้านี้ จะมีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับ พอล ป๊อกบา นักเตะคนดังของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่คิดจะย้ายออกจากสโมสรไปร่วมกับทีมเก่าอย่างยูเวนตุส หรือย้ายไปที่ใหม่อย่างเรอัลมาดริดแต่สุดท้ายก็ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน

ซึ่งงานนี้กุนซือของทีมคือ โอเล่ กุนนา ร์โซลชาร์ ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า ป๊อกบา ยังต้องอยู่กับสโมสรต่อ เพราะยังไม่มีแผนการที่จะปล่อยตัวเขาในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้ และเขายังเป็นกำลังสำคัญในแผนการทำทีมฤดูกาลใหม่อีกด้วย

งานนี้ก็ต้องมาดูกันว่าเอเย่นต์ ของนักเตะจะว่าอย่างไร เพราะดูเหมือนเจ้าตัวนั้นพยายามอย่างมากที่จะกดดันให้สโมสรปล่อยตัวให้ได้ แต่ด้วยเงื่อนไขที่หลายทีมยังลังเลคือ เม็ดเงินจำนวนมากเพราะ แมนยูนั้นตั้งราคาเขาไว้สูงเหลือเกิน

คริสเตียน พลูสิส หวังเปิดสนามคว้าชัย เหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต้ด

คริสเตียน พลูสิส หวังเปิดสนามคว้าชัย เหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต้ด

คริสเตียน พลูสิส กองกลางตัวใหม่ทีมชาติสหรัฐอเมริกาของสโมสรเชลซี หลังสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นและทำประตู 2 ประตู และเป็นการทำประตูแรกในต้นสังกัดใหม่ได้อีกด้วย ในเกมอุ่นเครื่องที่เอาชนะทีม RB Salzburg ยอดทีมจากออสเตรีย ไป 3-5 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

โดยแข้งใหม่แกะกล่องของเซลซี ได้ออกอาการมั่นใจว่าจะไปได้สวยกับต้นสังกัดใหม่ และหวังคว้า 3 แต้ม ในเกมนัดเปิดสนามที่จะต้องบุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกด้วย

อีกทั้งกุนซือใหญ่ของทีมอย่างกล่าวชื่นชมด้วยว่า“ ผมประทับใจมากกับฟอร์มของเขา ที่เป็นไปตามเป้า แต่เขายังคงต้องปรับตัวกับพรีเมียร์ลีกอีกพอสมควร แต่เขาเป็นนักเตะที่มีศักยภาพอยู่แล้ว น่าจะปรับตัวได้เร็ว ผมมีความสุขนะที่เห้นฟอร์มของเขาในวันนี้” แลมพาร์ด กล่าวถึงลูกทีม

สำหรับโปรแกรมปรีซีซั่นของทาง เชลซี นั้น จะลงเล่นนัดสุดท้ายกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ยอดทีมจากบุนเดสลีกาเยอรมัน ในวันเสาร์นี้ ก่อนที่ จะบุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมแรกของฤดูกาล วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2562 เวลา 22.30 น.

ดาวิด ลุยซ์

ลุยซ์ หยอดชอบปรัชญาการทำทีมของ ซาร์รี่

ดาวิด ลุยส์ กองหลังชาวบราซิลเลี่ยนของ เชลซี ยืนยันว่าเขายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของ เมาริซิโอ ซาร์รี กุนซือชาวอิตาเลี่ยนที่เข้ามารับงานเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากที่ อันโตนิโอ คอนเต้ โดนปลดจากตำแหน่งจากที่ไม่สามารถพาทีมผ่านเข้าไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เมื่อซีซั่นที่แล้ว

ดาวิด ลุยซ์

แม้ว่าอดีตนายใหญ่ของ นาโปลี จะประเดิมการคุมทีมในช่วง 10 นัดแรกในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้อย่างสวยหรู แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็ประสบปัญหากับการทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอ และต้องดิ้นรนเพื่อทำอันดับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกในช่วงท้ายฤดูกาล แต่ก็ยังมีลุ้นในรายการ ยูโรป้าลีก ที่ผ่านเข้าสู่รอบเซมิไฟนอลไปพบกับ ไอน์ทรัค แฟร้งเฟิร์ต เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม ดาวิด ลุยซ์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟแซมบ้าก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่บุกไปยันเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน 1-1 ว่าเขารู้สึกตื่นเต้นกับการได้ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของ ซาร์รี่ ในฤดูกาลนี้

ลุยซ์ หยอดชอบปรัชญาการทำทีมของ ซาร์รี่

“ปรัชญาการทำทีมของเขาคือการครองบอลและสร้างสรรค์โอกาสให้มากเข้าไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาพยายามที่จะบอกกับเรา ผมคิดว่าเขาประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่งกับสิ่งที่ผู้คนชอบพูดถึงเราในอดีตว่า ‘เชลซี คุมเกมไม่ได้ และไม่ได้เล่นกับบอลมากเท่าใดนัก และพวกเขามักจะเล่นแต่เกมโต้กลับ’ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทุกคนวิจารณ์เรามาตลอด”

“ตอนนี้เราคุมเกมและครองบอลได้ และบางครั้งก็ยังถูกวิจารณ์เพราะว่าเราไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้จากการครองบอลมากกว่า ผมคิดว่าปรัชญาการทำทีมของเขามันน่าทึ่ง ซึ่งมันคือความพยายามที่ทำให้เราเล่นกับบอลมากขึ้น สิ่งเหล่านี้มันต้องใช้เวลาและเรากำลังพยายามที่จะพัฒนาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่คือวิธีการเล่นที่ทำให้ผมหลงรักและมีความสุขกับฟุตบอล ไม่ใช่แค่การได้ลงเล่นเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการที่ได้ดูการเล่นแบบนี้ด้วย ผมคิดว่าผมรักในปรัชญาการทำทีมของเขา” ลุยซ์ หยอด

คล็อปป์ ไม่สนแม้ชนะน่าเกลียด ขอ 3 แต้มลุ้นแชมป์ต่อไป

คล็อปป์ ไม่สนแม้ชนะน่าเกลียด ขอ 3 แต้มลุ้นแชมป์ต่อไป

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ออกมายอมรับว่าทีมของเขาต้องอาศัยโชคในการกลับไปขึ้นนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง หลังจากที่เอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ไป 2-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์ แต่ก็ย้ำว่าสิ่งที่ลูกทีมได้ทำลงไปนั้นหาใช่เรื่องที่เกินความคาดหมาย

หงส์แดง มาได้ประตูชัยในนาทีที่ 90 จากลูกโหม่งของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ทาง อูโก้ โยริส รับไม่อยู่บอลทะลักไปโดน โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ เซ้นเตอร์แบ็คของ ไก่เดือยทอง เข้าประตูไปอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งชัยชนะในเกมนี้นับเป็นชัยชนะครั้งที่ 33 ที่พวกเขาทำได้ในช่วงนาทีสุดท้ายหรือช่วงทดเวลาบาดเจ็บในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ซึ่งมากกว่าทีมอันดับรองลงมาอยู่ถึง 8 ครั้ง โดย คล็อปป์ ได้ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า เขายังเชื่อว่า เดอะเร้ดส์ จะสามารถคว้าแชมป์ได้ในฤดูกาลนี้

คล็อปป์ ไม่สนแม้ชนะน่าเกลียด ขอ 3 แต้มลุ้นแชมป์

“ผมจะไม่พูดอะไรที่มันไกลไปกว่านี้ เพราะถ้าคุณมองดูทีมอื่นตลอดทั้งซีซั่น คุณก็จะได้เห็นโมเม้นแบบนี้เช่นเดียวกัน ผมบอกกับลูกทีมหลังจบเกมว่า มันมีวิธีที่จะคว้าชัยชนะในการเล่นฟุตบอลได้ตั้ง 5 แสนกว่าวิธี และมันก็มีวิธีที่น่าเกลียดกว่านี้ด้วย ผมไม่มีปัญหาที่เราสามารถเก็บ 3 แต้มได้ คุณไม่สามารถที่จะก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่เราอยู่ในตอนนี้ได้โดยปราศจากการมีโชคเล็ก ๆ น้อย ๆ หรอก มันเป็นไปไม่ได้ แต่ลูกทีมของผมก็ทำงานอย่างหนัก ผมคิดว่าพวกเขาสมควรที่จะมีโชคบ้าง สำหรับคะแนนที่เรามีอยู่ในตอนนี้มันมาจากการที่พวกเขาทำงานอย่างหนัก”

“มันไม่สำคัญว่าคุณจะทำสกอร์ได้เมื่อไหร่ แต่มันจะปรากฏอยู่บนสกอร์บอร์ดหลังจากนั้น โมเมนตัมที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันเป็นสิ่งที่คุณสร้างขึ้น คุณรักษามันไว้ และเอามันมาใช้ได้อย่างถูกที่ถูกเวลา ซึ่งมันชัดเจนว่ามันช่วยได้เยอะมาก” คล็อปป์ กล่าว

คล็อปป์ ไม่สนแม้ชนะน่าเกลียด ขอ 3 แต้มลุ้น

1หรือ เชลซี ควรเดินตามโมเดล แมนฯยู

หรือ เชลซี ควรเดินตามโมเดล แมนฯยู

“ผมชอบดูลูกทีมของ โอเล กุนาร์ โซลชา เล่นฟุตบอล มันทำให้รู้สึกเหมือนกับดู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคเก่า ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน” นั่นคือคำกล่าวของ ฟิล เนวิลล์ อดีตเด็กปั้น “ปีศาจแดง”

เนวิลล์ ระบุว่า กลยุทธ์ที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพของ โซลชา นั้นเพียงพอที่จะจัดการกับ ‘Sarri-ball’ ในเวลาเพียง 45 นาที ของการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ ซึ่ง แมนฯยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ เชลซี ได้ถึงถิ่น 2-0 พร้อมส่ง “สิงโตน้ำเงินคาม” ตกรอบ

ในขณะเดียวกันบรรดาสื่อมวลชนเมืองผู้ดีต่างระบุว่า ผู้เล่นของ เชลซี กำลังสับสนกับคำสั่งทางยุทธวิธีที่มากเกินไปของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ โค้ชชาวอิตาเลียน เนื่องจากพวกเขาพึ่งได้ทำความคุ้นเคยกับระบบใหม่เพียง 9 เดือน หลังการจากไปของ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือคนเก่า

เทรนเนอร์ชั้นนำมักมีปรัชญาในการทำทีมที่แตกต่างกัน แต่ประสิทธิภาพ และแนวทางนั้น มันต้องก้าวไปพร้อมกัน ขณะที่ เชลซี  กำลังตกอยู่ในสภาวะที่ว่า ดูเหมือนจะไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไรกันแน่

แมนฯ ยูไนเต็ด อาจเป็นจุดเริ่มต้นในตัวอย่างที่ดีสำหรับ เชลซี โดย พลพรรค “ปีศาจแดง” ปลด โจเซ่ มูรินโญ่ โค้ชชาวโปรตุเกส ออกจากตำแหน่งเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ก่อนจะแต่งตั้ง โซลชา ให้เข้ามาทำหน้าที่แทนจนจบฤดูกาลนี้

โซลชา ไม่ได้มาถึงโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในฐานะผู้จัดการทีมชื่อดังใหญ่ หรือมีปรัชญาเฉพาะอย่าง Ole-ball หากมีสิ่งนั้นเป็นเพียงความต่อเนื่องของ DNA ที่ ยูไนเต็ด ตั้งไว้ในปีอันรุ่งโรจน์ภายใต้ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คนงานที่มุ่งมั่นทั่วสนาม การโจมตีตอบโต้อย่างรวดเร็ว เล่นด้วยความเชื่อมั่น และความเชื่อมั่นในทุกตำแหน่ง .

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด มันเป็นยาชูกำลังที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง สำหรับกลยุทธ์ที่เข้มงวดของ มูรินโญ่ นั้น ไม่สามารถนำมาใช้ที่ ยูไนเต็ด ได้ แม้ว่าเขาจะเคยเป็นฮีโร่ที่ เชลซี หรือ เรอัล มาดริด ก็ตาม

ด้วยความต้องการของ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของ เชลซี ที่หวังจะสร้างอนาคตที่สดใสให้กับสโมสร แต่ตอนนี้อาจจะดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาทำด้วยการแต่งตั้ง ซาร์รี่ นั้น อาจทำให้ “สิงโตน้ำเงินคราม” สับสนกับแนวทาง และเสียเวลาไปฟรีๆอีก 1 ปี ก็เป็นได้

ยิ่งกว่านั้นมันไม่ใช่แค่ ยูไนเต็ด ที่สิ่งนี้ได้ทำงานอย่างมหัศจรรย์ เรอัล มาดริด ได้ผ่านสิ่งที่คล้ายกันมาแล้ว ภายใต้การนำของ ซีเนอดีน ซีดาน อดีตผู้เล่นที่ไม่มีประสบการณ์ใด ๆ ในการทำงานกุนซือมาก่อน แต่ก็สามารถทำผลงานได้อย่างสุดยอด

ในช่วงเวลาที่แปลกใหม่เหล่านี้ ในวงการฟุตบอลสมัยใหม่ เรามักจะได้ยินเกี่ยวกับความยากลำบากของผู้จัดการทีมที่จะสร้างสโมสรฟุตบอลอย่างที่พวกเขาเคยทำ เพราะขาดเวลา และความอดทนที่ได้รับจากบรรดาแฟนบอล และเจ้าของสโมสร

แน่นอนว่าไม่เป็นความจริงอย่างสมบูรณ์ เพราะ ซาร์รี่ ยังคงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆ ก่อนที่ปรัชญาของเขาจะเกิดผล ที่ นาโปลี ซึ่งเป็นสโมสรที่ไม่มีแรงกดดันแบบเดียวกันกับ เชลซี และ มาดริด ซึ่งเป็นสโมสรยักษ์ใหญ่ที่ต้องความแชมป์ในทุกๆปี

2หรือ เชลซี ควรเดินตามโมเดล แมนฯยู

บางทีความจริงก็คือมีสองแนวทางที่แตกต่างกันที่เกิดขึ้นพร้อมกันในแง่ของการจัดการฟุตบอล ผู้มีวิสัยทัศน์ทางยุทธวิธี ซาร์รี่, เมาริซิโอ โปเชตติโน ที่สเปอร์ส และ เจอร์เก้น คล็อป์ ที่ ลิเวิร์พูล ที่สามารถสร้างบางสิ่งได้ในระยะเวลานานที่สโมสรที่มีงบประมาณและความคาดหวังต่ำ พร้อมกับพัฒนาผู้เล่นที่พวกเขาเลือก

ขณะที่ ผู้จัดการทีมผู้สร้างแรงบันดาลใจให้นักเตะอย่าง ซีดาน หรือ โซลชา ซึ่งสามารถเข้ามาร่วมงานกับกลุ่มซุปเปอร์สตาร์กลุ่มใดก็ได้ เนื่องจากพวกเขาเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสโมสร และนักเตะมักจะให้ความเคารพเป็นอย่างมาก

ในกรณีนี้เมื่อมองไปข้างหน้า แฟรงค์ แลมพาร์ด หรือ จอห์น เทอร์รี่ 2 อดีตนักเตะของ เชลซี ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่กุมบังเหียนในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในอนาคตซึ่งแน่นอนว่าเขาเป็นผู้เล่นที่แฟนบอล “สิงโตร้ำเงินคราม”รักมาก ในฐานะหนึ่งในวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของสโมสร

เทอร์รี่ อาจยังไม่พร้อมในเร็วๆนี้ เนื่องจากขาดประสบการณ์การคุมทีม แต่ แลมพาร์ด ได้ทำผลงานเป็นอย่างดีในฤดูกาลแรกของเขากับการคุมทัพ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในศึกแชมเปี้ยนชิพ ดังนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันจะเป็นการนัดหมายที่แสนโรแมนติของ เชลซี

เห็นได้ชัดว่าทั้ง ซาร์รี่ และ คอนเต้ ไม่ได้ดึงดูดผู้เล่น เชลซี สักเท่าไหร่ ดังนั้นจะเป็นอย่างไร บางทีพวกเขาอาจต้องการนักเตะเก่าเหล่านั้นกลับเข้ามาในห้องแต่งตัว เพื่อเตือนพวกเขาถึงมาตรฐานระดับสูงที่กำหนดในช่วงเวลาที่สโมสรประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์

มันอาจฟังดูบ้า แต่ แลมพาร์ด ในฐานะผู้จัดการทีม และคนอย่าง เทอร์รี่ หรือ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ในฐานะผู้ช่วยฯ อาจเป็นเพียงสิ่งที่สาวก เชลซี กำลังโหยหาย เหมือนกับ โซลชา เอฟเฟกต์ที่ ยูไนเต็ด

ภายใต้อำนาจของ อบราโมวิช เขาจะไม่มีความอดทนรอสองหรือสามปีที่ ซาร์รี่ คุมทีม แม้ว่ามันอาจจะเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า พวกเขาควรยึดถือแผนการระยะยาวมากขึ้น และอาจสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ในฐานะของการครอบครองสโมสรแบบมีสไตล์

แลมพาร์ด และ เทอร์รี่ เล่นภายใต้ผู้จัดการหลายคนของเชลซี และประสบความสำเร็จภายใต้พวกเขาทั้งหมด โดยมีรูปแบบทั่วไปคือการมีตัวตน และความคิดที่ชนะ ซึ่งทำให้สโมสรเป็นหนึ่งในยักษ์ใญ่ที่เดินหน้ากวาดแชมป์รายการต่างๆมาจนถึงวันนี้

พวกเราก็ต่อต้านทัศนคติของโลกในการชี้แนะให้ เชลซี ไปสู่แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2555 บางคนคิดว่าเทอร์รี่ เป็นคนคุมทีมที่แท้จริง โดยระบุว่า “ผู้จัดการทีมจะพูด แล้วปล่อยให้ เจที ดำเนินการต่อ เขาทุบโต๊ะ และบอกว่า เราออกไปข้างนอกและจะชนะ จากนั้นลูกทีมก็ทำตาม”

สิ่งที่เขาพูด และสิ่งที่เขาทำ มันเป็นปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยมในการเป็นผู้นำ ไม่ว่าผู้จัดการทีมที่เข้ามาจะเป็นอย่างไร คุณต้องรู้ว่าสัญลักษณ์ของสโมสรคือ จอห์น เทอร์รี่ แต่เพียงผู้เดียว

หากมีสิ่งต่าง ๆ เช่นสโมสรที่มี DNA เป็นของตัวเอง เชลซี อาจมีเสน่ห์น้อยกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ก็ไม่มีจุดหมายที่จะต่อสู้เพื่อมัน ถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องหันกลับมาคิดถึงสิ่งที่ทำให้พวกเขายอดเยี่ยม และกลายเป็นทีมที่ทุกคนจะรักอีกครั้ง

วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ ชี้ว่า เรอัล มาดริด

วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ ชี้ว่า เรอัล มาดริด ได้รับผลกระทบจากการหายไปของ โรนัลโด้

วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของ เรอัล เบติส ชี้ว่า เรอัล มาดริด ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการขาดหายไปของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์เพื่อนร่วมชาติ ที่ย้ายไปร่วมทีม ยูเวนตุส เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

คาร์วัลโญ่ เชื่อว่าการขาดหายไปของ โรนัลโด้ ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของ มาดริด อย่างเห็นได้ชัดในฤดูกาลนี้ ซึ่งถ้าเป็นเขาแล้วจะไม่ยอมขายดาวเตะวัย 33 ปี ออกจากทีมเด็ดขาด แม้ว่าอาจจะได้ค่าตัวมากถึง 200 ล้านยูโรก็ตาม

เมื่อถามว่าปัญหาที่ มาดริด เจอในตอนนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการจากไปของ โรนัลโด้ หรือไม่ คาร์วัลโญ่ บอกกับ มาร์ก้าว่า “แน่นอน คริสเตียโน่เป็นบุคคลสำคัญสำหรับทุกทีมในโลกนี้ และ เรอัล มาดริด เห็นค่ากับจำนวนประตูที่เขายิงให้ทีมน้อยเกินไป”

“แต่ตอนนี้เขากำลังทำผลงานได้ดีกับ ยูเวนตุส เขาทำประตูได้มากมายที่นั่น มันเป็นเรื่องยากนะที่จะบอกว่าทำไมเขาถึงย้ายออกมา ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

“แต่ผมรู้ว่า คริสเตียโน่ มีความทะเยอทะยานจำนวนมหาศาลเลยแหละ เขาอยากจะทำทุกอย่างให้ออกมาดี และแสดงให้เห็นว่าเขาคือเดอะเบสต์ เป็นผมนะจะไม่ขายเขาเพื่อเงินจำนวน 100 ล้านยูโร หรือแม้แต่ 200 ล้านยูโรอย่างเด็ดขาด”

เมื่อพูดถึง เรอัล มาดริด คาร์วัลโญ่พูดเสริมว่า “มาดริดมีทีมที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม มีผู้เล่นชั้นนำที่สร้างความแตกต่างได้ในทุกวินาที”